ประชุมเผยแพร่ “สมุดปกขาวเทคโนโลยีพลาสมาและพลังงานฟิวชันของประเทศไทย” วางรากฐานเชิงนโยบายสู่อนาคตพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมขั้นสูง
เมื่อวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ได้มีการจัดประชุมเพื่อ เผยแพร่เนื้อหาและแนวทางจากสมุดปกขาวด้านเทคโนโลยีพลาสมาและพลังงานฟิวชันของประเทศไทย ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญ 9 แห่ง อาทิ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), สอวช., สภาอุตสาหกรรมฯ, อบก., กกพ., กฟผ., ปตท.สผ., มทร.ธัญบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายในงานมีการนำเสนอสาระสำคัญของสมุดปกขาวฯ ควบคู่กิจกรรมเสวนาเชิงลึก ครอบคลุมประเด็น โครงสร้างพื้นฐานและการลงทุน, R&D, การพัฒนาทรัพยากรบุคคล, การสื่อสารสาธารณะ, กรอบงบประมาณ, มูลค่าเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสังคม–สิ่งแวดล้อม
ไฮไลท์มุมมองจากหน่วยงานหลัก
สอวช. สนับสนุนบทบาท “ตัวกลางความรู้” ร่วมกับ สทน. และชี้ว่ากระทรวงพลังงานควรเป็น แม่ข่ายเชิงนโยบายและงบประมาณ สำหรับพลาสมา–ฟิวชัน
กฟผ. เปิดรับ “ทุกแพลตฟอร์มฟิวชัน” ไม่จำกัดเฉพาะ ITER/DEMO พร้อม เตรียมองค์ความรู้และแนวทางเบื้องต้น เพื่อรองรับการพัฒนาโรงไฟฟ้าฟิวชันในอนาคต
ภาคเอกชน (กลุ่ม ปตท.) ติดตามความก้าวหน้าฟิวชันอย่างใกล้ชิด มองเห็นศักยภาพต่อ ความมั่นคงพลังงาน–เป้าหมาย Net Zero และพิจารณาการลงทุน/ร่วมมือกับสตาร์ทอัพฟิวชันต่างประเทศ
ประเด็นนโยบาย–เทคโนโลยีที่เห็นร่วมกัน
ฟิวชันยังอยู่ระยะพัฒนาเชิงพาณิชย์ แต่ จำเป็นต้องวางรากฐานตั้งแต่วันนี้: กรอบกำกับดูแล (Regulation), มาตรฐานความปลอดภัย, บุคลากรเฉพาะทาง, และโครงสร้างพื้นฐานทดสอบ–สาธิต
ควรเดินหน้า นโยบายจูงใจ: ลดหย่อนภาษี R&D, ยกเว้นอากรเครื่องมือวิจัย, Matching Fund, และ รัฐเป็นลูกค้ารายแรก (First Buyer) สำหรับนวัตกรรมพลาสมา
ส่งเสริม Public–Private–People Partnership และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถและแบ่งปันความเสี่ยงการลงทุน
ผลที่เกิดขึ้น (Impact ระยะสั้น–กลาง)
เกิด ฉันทามติด้านทิศทาง: ประเทศไทยควรเริ่มวางฐานกำลังคน–มาตรฐาน–กติกากำกับ เพื่อพร้อมต่อการบรรจุฟิวชันในยุทธศาสตร์พลังงานระยะยาว
ขับเคลื่อน แพลตฟอร์มความร่วมมือ ข้ามหน่วยงานรัฐ–เอกชน–สถาบันวิจัย เพื่อการทดลองใช้เทคโนโลยีพลาสมาในภาคอุตสาหกรรมจริง (Pilot/Demo)
วางแนวทาง เครื่องมือเชิงนโยบาย: สิทธิประโยชน์ภาษี R&D, ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องมือวิจัย, Matching Fund, และ First Buyer สำหรับนวัตกรรมพลาสมา
สร้างฐานข้อมูล–ความเข้าใจสาธารณะ เพื่อรองรับการสื่อสารเชิงรุกเรื่อง ความปลอดภัย–ประโยชน์ฟิวชัน และการประยุกต์ใช้พลาสมาในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และสุขภาพ
ก้าวต่อไป (Next Steps)
จัดทำ Roadmap ปฏิบัติการ (คน–เงิน–ของ–กติกา) พร้อมกรอบเวลาระยะสั้น/กลาง/ยาว
ตั้ง คณะทำงานร่วม ผลักดัน Sandbox/มาตรฐาน/กองทุนร่วมลงทุน และติดตามผลกระทบ (ESG–เศรษฐกิจ–สังคม)
ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ และเชื่อมกับ เครือข่ายฟิวชัน–พลาสมาระดับอาเซียน/IAEA
#WhitePaperPlasmaFusionTH #FusionForFuture #PlasmaTechnology #CleanEnergyThailand #ThaiInnovation #BCGEconomy #NetZeroTH #PublicPrivatePeople #SciencePolicy
